nattamol 的个人资料molly space : welcome na...照片日志列表 工具 帮助

vittayakasemsont nattamol

molly space : welcome naja

2月3日

สะพานวงแหวนอุตสาหกรรมอันใหม่

ได้ไปขึ้นสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมอันใหม่มาตั้งแต่วันที่เป็นเป็นวันที่สองแล้ว แต่ไม่มีโอกาสถ่ายรูปซักที วันอาทิตย์ที่27 มกราคม 2007 ก็เลยได้มีโอกาสจอดรถถ่ายกะเค้าบ้าง เพราะไม่มี ต.ร. ตำรวจอยู่ (ปกติจะไม่ให้จอดหน่ะ เพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้) ขอบอกว่าสะพานนี้สูงมาก ที่ต้องสร้างให้สูงก็เพราะต้องให้เรือใหญ่ผ่านไปได้ด้วย (เรือใหญ่เทียบท่าที่คลองเตย) สะพานนี้มีเป็นสะพานเชื่อมต่อ 3 จุดด้วยกัน
1.ปู่เจ้ามิงพราย เข้ามาจากถนนสุขุมวิททางฝั่งบางนา พอเลยสามแยกเทพารักษ์ ก็จะเจอสามแยกปู่เจ้าฯทางขวา เลี้ยวเลย แล้วตรงไปให้สุด วิ่งไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอป้ายเขียนว่าไปพระราม3-สุขสวัสดิ์ ทางขึ้นจะโค้งเป็นวงกลม
2.สุขสวัสดิ์ ถ้าลงทางด่วนสุขสวัสดิ์ก็วิ่งตรงมาอีกหน่อยก็เจอทางเลี้ยวขวา เด่น สว่างเลย เลยทางเข้าไปทางขวาจะเป็นห้าง ห้างอะไรจำบ่ได้
3.พระราม 3 มาง่ายสุดคือมาทางคลองเตย ตรงไปพระราม3 วิ่งไปเรื่อยๆ จะเจอป้ายวงแหวนอุตสาหกรรม เลี้ยวขวาใต้สะพาน
 
สะพานนี้มีคุณสมบัติคล้ายๆทางด่วน คือ ห้ามรถมอเตอร์ไซต์ ฯลฯ ขึ้นไป  วิวด้านบนสวยมาก
 
ต้องขอบพระคุณในพระมหากรุณาและพระปรีชาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ดำริให้สร้างสะพานนี้ขึ้นมา ทำให้รถหายติด และคนที่บ้านอยู่แถบระแวกบ้านเราก็สะดวกขึ้นเป็นกองเลย สามารถไปสยามภายใน 30 นาที คิดดูสิ เร็วกว่าไปรถไฟฟ้าอีก555
1月15日

งานแต่งงานเจ้อู๋

อดเที่ยวปีใหม่แต่ได้ไปงานแต่ง ก็ดี งานนี้เตรียมหาเครื่องแต่งกายอยู่เป็นเดือนเลยน่ะเนี๊ย ตอนแรกได้ชุดเขียวลายใบไม้มาจากอั้ แต่ว่าใส่ไม่สวย ม้าเลยหามาให้ใหม่กลายเป็นชุดที่เห็นดังรูปนี่แหล่ะกว่าจะหาชุดได้ก็ 3 อาทิตย์แหล่ะ ตอนแรกนึกว่าจะไปทันงานทั้งสองวัน ก็เลยหาไว้สองชุด คือ งานกลางวัน(รดน้ำ) กะงานกลางคืน(เลี้ยงโต๊ะจีน) ชุดงานกลางวันเลยเป็นม่าย ก็เลยเอาไปใส่งานบวชพระโจซะเลยนี่(กลัวไม่ได้ใส่  สวยไม่สวยไม่สน) วันงานน่ะ เนื่องจากว่ามีสมาชิกสาวๆที่ต้องแต่ตัวเยอะเลยเริ่มขบวนไปแต่งหน้าทำผมกันตั้งแต่บ่าย 2 เสร็จก็ 5โมงครึ่ง งานเริ่มบ่ายโมง  เนื่องด้วยพี่สะไภ้คนใหม่(ของอาเฮียไม่ใช่คนที่แต่งน่ะ)เค้าเจ้ากี้เจ้าการว่าต้องทำร้านนี้เท่านั้น และทำการรจองร้านให้ พวกเราทั้งหมด (บรรดาสาวๆ)จึงไปแต่งตัวแต่งหน้ากันที่ร้านเรจิน่าซื่งเป็นร้านของเจ้าสาว+อี้ และเดินไปทำผมที่ข้างๆร้านที่ได้จองไว้  ผมเราทำนานสุด เพราะม้วนโรลทั้งหัว เสียไปตั้งสองร้อยแหน่ะ ขนาดนี่ไม่รวมสระไดน่ะ เพราะเราสระไดกันไปก่อนแล้ว ไปถึงก็จัดทรงเลย  แต่ก็ออกมาสวยดี แม้ว่าอาจจะแก่ไปหน่อย  พอทำผมเสร็จก็กลับมาแต่งหน้าที่ร้านเรจิน่า แต่งโดยเจ้ปุ่นและกนกนันทน์(น้องสาวเราเอง) ผู้ซึ่งได้ผ่านการเข้าคอร์สสอนแต่งหน้าเบื้องต้นมาจากเครื่องสำอางคลินิก กว่าแต่กันหมด 7 คน ก็สายพอดี เลยทยอยกันไปที่งานก่อน เพราะงานวันนี้ต้องทำหน้าที่ รีเซฟชั่น แต่พอถึงเวลาจริงๆก็ไม่ค่อยได้ทำหน้าที่กันหรอก มัวแต่ถ่ายรูป แต่ตอนที่เหนื่อยที่สุดก็คือตอนถือของชำร่วยเดินตามเจ้าบ่าวเจ้าสาวสิ หนักมาก กินข้าวจับตะเกียบยังมือสั่นเลย ส่วนวันรุ่งขึ้นนะปวดแข็งสองข้างเลย แม้จะเหนื่อยแต่ก็ดีที่ได้มางาน ได้เห็นอะไรเยอะเลย
โปรดไปดูภาพงานแต่งตาม link นี้ เพราะขี้เกียจ upload สองที่    http://nattamol17.multiply.com/
1月30日

software park โดนวางระเบิด

             เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2548 ในช่วงพักเที่ยง ขณะที่กำลังทำงานรอเพื่อนๆ รวมตัวกันลงไปกินข้าว ก็พิมพ์ๆอยู่ จู่ๆก็มีเสียงดัง บึ้ม และตึกก็สั่นนิดๆ คนใน บ.รวมทั้งเรา ก็ยังไม่ได้รู้สึกยังไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร  คิดแค่ว่าอาจจะมีไฟไหม้หรือไม่ก็หม้อแปลงระเบิด ไม่ได้คิดว่าจะมีการวางระเบิด ได้แต่ชะเง้อมองออกด้านล่างตึกว่ามีอะไรเกิดขึ้น ก็ไม่เห็นอะไร เห็นแต่คนวิ่งกันออกมา แล้วซักแป๊บก็มีคนเจ็บโดนพยุงออกมานั่งเช็ดเลือด (เก่งมั๊ยสายตาดีดี๊ มองลงมาจากชั้น 10 น่ะเนี๊ย) จากนั้นก็กลับไปนั่งทำงานต่อ  แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นใจจะขาดก็เลยส่งสปายลงไปข้างล่างสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น (สปายคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น แม่บ้านผู้อยากรู้อยากเห็นเหมือนกันของ บ.เรา) แม่บ้านก็ยังไม่ขึ้นมาซักที พี่เลขาผู้อยากรู้เป็นที่สุดก็กระทำการโทรลงไปหายาม  ยามก็บอกไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างล่าง  พอดีว่าวันนี้มีนัดเด็กๆมาสัมภาษณ์งานในช่วงบ่าย น้องๆเค้าพึ่งขึ้นมาพอดี(ได้เห็นเหตุการณ์)เลยได้ถามจากเค้าว่าจริงๆแล้วข้างล่างมีการระเบิด
             จุดที่เกิดเหตุก็คือด้านหน้าข้างๆตึกที่เป็นทางเดินมีสุมทุมพุ่มได้ด้วย ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดียวที่ผู้คนในตึกใช้เดินไปกินข้าว และก็เป็นเส้นทางปกติที่เราใช้เช่นกัน โดยที่ผู้คนจะคับคลั่งบนเส้นนี้ในช่วงเวลาประมาณ 11.30ถึง13.30 ผู้ก่อเหตุได้กะเวลาขอระเบิดไว้ที่ 12 โมงกว่าๆ  จึงเข้าใจได้ง่ายว่า "จงใจให้มีคนบาดเจ็บ" แต่โชคดีที่มีคนเจ็บไม่มาก ระเบิดที่นำมานั้นถูกวางไว้ตรงพุ่มต้นไม้ข้างๆทางเดิน  โดยที่ระเบิดนั้นก็คือ C-4 ติดกะนาฬิกานั่นเอง (ไม่ทันสมัยเลย เดวนี้เค้าใช้ระเบิดที่สั่งระเบิดด้วยมือถือกันแล้ว) พอมาวิเคราะห์ดูแล้ว ระเบิดก็ไม่ได้รุนแรงมากแสดงว่าน่าจะเป็นการกระทำเพื่อข่มขู่ใครซักคนในตึกนี้ โดยสันนิสฐานได้สองประเด็นคือ 1.หมอพรทิพย์ เพราะชั้นสองตรงที่วางระเบิดเป็นสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หรือไม่ก็ 2.มี จนท.คนหนึ่งพึ่งโดนย้ายกลับมาจากทางใต้ อาจจะโดนทางใต้เล็งหรือหมายหัวไว้จึงกระทำการขู่
               ต่อจากนั้นพอเราได้รู้เห็นการณ์ข้างล่างแล้ว ก็รวมพลกันลงไปกินข้าวตามปกติ ลงไปปุ๊บก็ได้เห็นว่า มีตำรวจมาแล้ว ทำการขึงเชือกกั้นแล้วด้วย ประตูด้านหน้าก็โดนปิด พวกเราจึงต้องไปออกด้านข้างแทน พอเดินผ่านที่เกิดเหตุก็ไปทำการเป็น"โปรแกรมเมอร์ มุง" กัน สภาพที่ได้เห็น ก็คือ กำแพงโดนแรงระเบิดเป็นวงเลย ดินกระเด็นออกมา และเห็นเขาเล่ากันว่า กระจกของร้านข้าวมันไก่สิงค์โปร์ที่อยู่อยู่ด้านหน้าตรงที่เกิดเหตุก็แตก และกระเด็นไปโดนพนักงานเสริฟในร้านบาดเจ็บด้วย ดูอยู่แป๊บๆก็ออกมาไปกินข้าวกัน topicทีสนทนากันบนโต๊ะกินข้างเที่ยงวันนั้นก็หนีไม่พ้นเรื่องระเบิด ทุกคนต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าวันนี้ทำงานเสร็จเร็วไม่ต้องรอพวกทีส่ง build น่ะ พวกเราคงได้บาดเจ็บกันแน่ๆ  เพราะเราและเพื่อนๆ จะกินข้าวกันที่ ส.กุ้งเผา  จากนั้นก็จะแยกย้ายกันไปเดินซื้อของว่างกิน และก็จะนัดรวมตัวกันนั่งรอเพื่อนๆคนอื่นที่มาทีหลังตรงข้างๆตึก จุดที่โดนวางระเบิดนั่นแหล่ะ  พอคิดกันได้อย่างนั้นก็เสียวสันหลังวาบๆกันเลย (ก็เกือบโดนลูกหลงนี่หน่า) นอกจากเราจะเมาส์กันเรื่องนี้บนโต๊ะอาหารแล้วก็ยังจะโทรไปเมาส์ให้บุพการี ญาติพี่น้อง ผองเพื่อน และ แฟนของแต่ละคนฟังกันด้วย 
               พอกินเสร็จเราก็เดินกลับกันและคุยกันว่าจะเลิกนั่งตรงนั้นกันซักพัก เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของเราเอง  และก็ไปเป็นไทยมุงรอบสองกันด้วย  ถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านมาเกือบ 1ช.ม.นับจากตอนที่ระเบิด ต.ร.ใหญ่ๆโตๆเริ่มแห่กันมัน พวกเราหลังจากมุงได้อีกแป๊บก็กลับขึ้นไปทำงานกัน ทางตึก software park ก็ได้ขอความร่วมมือว่าให้กลับบ้าน แต่ บ.ไม่สามารถกลับได้เพราะว่าเป็นวันส่ง build จึงจะเป็นต้องอยู่ต่อ
               แต่พอประมาณบ่ายสอง พี่ office manager ก็ได้เช็คข่าววงในมาและได้รู้ว่า จริงๆแล้วมีระเบิดทั้งหมด 3 ลูก ระเบิดแล้ว 1 ลูก ลูกที่สองกู้ได้แล้ว แต่ว่าลูกที่ 3 ยังหาไม่เจอ พี่ยังไม่ทันพูดจบ คนของ software park ก็โผล่มาไล่ให้กลับบ้านให้หมด เพราะสถานการณ์ไม่สู้ดี  (ที่ต้องขึ้นมาไล่เพราะ บ.ต่างๆไม่ค่อยยอมกลับ รวมทั้ง บ.เราด้วย) พนักงานดีใจกันมากที่ได้กลับ แต่คนที่ไม่ดีใจคือพวก team lead และ project manager เพราะ build จะส่งไม่ทัน พวกเราก็ต่างทยอยกันกลับ แม้กระทั้งเด็กที่มาสัมภาษณ์งานก็กลับด้วย ไม่รู้ว่าใครยังไม่ได้สัมภาษณ์  กลุ่มสุดท้ายที่ออกจาก บ. ก็คือ team lead และ project manager หล่ะ เพราะต้อง โทรไปหานายที่ cannada รายงานสถามนะการณ์ , ส่ง build และ ขนของสำคัญบางอย่างกลับไป  ระหว่างทางที่เราขับรถกลับบ้านก็มีรถนายตำรวจ มีรถนำขบวนวิ่งนำหน้า ขับสวนกันไป รู้ได้เลยว่ากำลังจะไปที่ตึกเรา  เฮ้อ วันนี้ได้กลับเร็วแต่โชคไม่ดีเลยที่วันนี้เป็นวันจ่าย(ตรุษจีน) รถเลยติด กว่าจะถึงบ้านก็เลยช้า  แต่ก็ดีที่ได้ถึงบ้านตอนที่พระอาทิตย์ยังไม่ตก และแล้วก็จบเรื่องการวางระเบิด บ๊ายบาย
 
ป.ล. ตึก software park มีกระทรวงยุติธรรมอยู่ด้วย
12月9日

รับปริญญา เหนื๊อยเหนื่อย

จะรับปริญญากะเค้าซะที  ทำไมมันเหนื่อยยังงี้
 
1. วันแรกถ่ายรูปหมู่
             ตื่นแต่ตี 5 มาถ่ายรูป กว่าจะเสร็จก็ 6.40 น. นึกว่าจะสายซะแล้ว  แต่โชคดีระหว่างทางรถไม่ติด ก็คิดว่าทันแน่ๆ ไม่สายชัวร์  แต่พอขับถึงลาดกระบัง ตรงทางเข้าที่ต้องลอดไปข้างๆสะพานน่ะ  โอ๊ย แม่เจ้าฯ  รถโค ตะ ระ เยอะ  ติดมากกกกกกก  กว่าจะหลุดมาถึงคณะได้ก็เกือบครึ่งช.ม.  พอถึงคณะ ก็ยังไม่ได้ถ่ายรูป เพราะเค้าเรียกรวมที่ลานพระจอมแล้ว(ถ่ายรูปหมู่)  ต้องเดิ๊นเดินไปซะโน่น (แต่รถจอดไว้ที่โต๊ะห้องน่ะ) พอไปถึงเข้าแถวรอแป๊บนึงเค้าก็พาไปขึ้นแสดน  แต่ไม่ได้ขึ้นหรอก ได้แต่ยืนแถวล่าง (คงเข้าใจกันน่ะว่าเพราะอาไร) 
             พอถ่ายรูปหมู่เสร็จ ก็ได้เวลาถ่ายรูป  แต่ก็พลัดหลงกะคนอื่นเค้า  กว่าจะตามหากันเจอก็แทบแย่  และเนื่องจากตอนบ่ายมีซ้อมย่อยครั้งที่1  ดังนั้นบัณฑิตใหม่ทุกคนต้องเดินจากลานพระจอมกลับไปที่หอประชุมใหญ่  เดินไปก็ถ่ายไป สรุปเบ็ดเสร็จเวลาที่ใช้ในการเดินก็ 2 ช.ม.พอดี ถึงโต๊ะห้องก็ต้องรีบๆถ่าย รีบๆไป เพราะนัดอาจารย์เขตต์ (ที่ปรึกษาโปรเจ็ค) ไว้ ว่าจะไปถ่ายรูปด้วย  เวลาก็เหลือน้อยแล้วจะไม่ทันแล้ว(เหนื่อยด้วย) ก็เลยตัดสินไปขับรถไปดีกว่า  พอไปถึงก็รับขึ้นไปถ่าย สองแชะ และก็ลงมากินข้าวกินปลาแล้วก็ขับรถกลับไปซ้อมที่หอประชุมใหญ่ 
             ซ้อมใหญ่ก็ขำดี  พี่เต่าบอกว่าวิธีการเอางาน ให้ทำเหมือนกับว่ากำลังกระดกเหล้าเข้าปาก (ใช้มุขนี้ทุกปี ฟังมาจากรุ่นะน่ะ) ก็อธิบายอาไรต่อมิอาไรเยอน่ะ  แล้วจากนั้นก็ให้ขึ้นไปซ้อมคนละ 1 รอบ บนเวที  กว่าจะครบหมดก็นานอยู่ 
             พอซ้อมใหญ่เสร็จ ก็ไปถ่ายรูปโต๊ะห้องซักพัก  ช่วงนั้นก็รู้สึกว่าเหนื่อยมาก อยากนอน ง่วง แต่ก็กลับไปนอนไม่ได้ เพราะที่ปรึกษาโปรเจ็คจะพาไปเลี้ยงฉลองหมูกะทะ ก็เลยต้องไป  อ.แกเลี้ยงที่แถวๆนิคมอุตฯ ลาดกระบัง  ร้านนี้เปิดเพลงได้ใจ  (ชอบหลายเพลง) หมูก็อาหร่อย แต่ไก่ไม่ได้เรื่อง เพื่อนๆมาก็เยอะ ต่อเนื่องก็มาด้วย  นั่งไปซักพัก 2 ทุ่มมั้ง  อาการออก ง่วงซะงั้น ก็เลยกลับไปนอนหอ  สลบเหมือบ เฮ้อ แค่วันแรกก็โครตเหนื่อย  หวังว่าวันต่อๆคงจะสบายกว่านี้เพราะไม่ต้องถ่ายรูป
 
ป.ล. วันนี้ได้ถ่ายรูปกะพี่ร้านข้าวอิสลามและพี่ร้านน้ำชาวเหนือด้วย
ป.ล. รูปเรา 70% วันนี้  อยู่ในกล้องหมอหมดเลย ก็อย่างว่าน่ะ กล้องมันดีกว่า แถมต้องใช้ตากล้องคนเดียวกันก็เลยต้องใช้กล้องตัวเดียวเพื่อความสะดวกแก่ตากล้อง
 
 
เหนื่อยล่ะ  ค่อยเขียนต่อน่ะ
 
มาต่อแล้น
 
2. วันที่สองวันซ้อมย่อย
            พอวันที่สองกำลังนอนสบายๆอยู่เลย  ก็มีโทรสับ เข้ามาตอน 7 โมงเช้า "ฮาโหล หนูมลอยู่ไหน ????" ผู้ที่ปลุกมลขึ้นมาจากนิทราก็คือ (กระ)ติก เพื่อนผู้แสนดีที่มาแสดงความยินดีกะเรา และมาเป็นตากล้องจำเป็นให้ด้วย  พอวางสายแล้วก็เลยโดดขึ้นจากเตียงมาอาบน้ำ แต่งตัว แต่งหน้า แล้วก็บึ่งออกไปหาติก  ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง  โอ้ จอร์จ มันอัศจรรย์จริงๆ ครึ่ง ชั่วโมง ทำได้ไงเนี๊ย  พอเจอติกก็เลยได้ไปถ่ายรูปสวยๆที่คณะถาปัด และ ที่ลานพระจอม  มีเวลาถ่ายรูปแค่ 45 นาทีเอง เพราะว่าพอ 8.30 ก็ต้องไปซ้อมแล้ว  แย่แล้ว  จะต้องซ้อมแล้วแต่ยังไม่ได้กินข้าว  ทำไงดีหละ  ว่าแล้วเราก็เลยขับรถกลับจากลานพระจอม ไปที่หอประชุมแล้ววิ่งไปซื้อสารพัดขนมที่ทำจากช็อกโกแล็ตที่ร้านป้าปากหมา ตรงโต๊ะห้อง 1 ซื้อเสร็จก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับไปที่หอประชุมใหม่  โอ้ ทันเวลาพอดี 
            ตอนครึ่งเช้าวันนี้เป็นการซ้อมย่อยครั้งที่ 2 แบ่งไปซ้อมเป็นกลุ่มย่อย  ภาคไอทีซ้อมกะพี่เต่า  ฮาและก็สนุกดี  ซ้อมไปก็กินไป วันนี้ได้ซ้อมหลายรอบ เพราะกลุ่มมันเล็ก ตอนซ้อมก็มีการชนบ้างอ่ะ  เพราะเราถอยเร็วแต่คนข้างหน้าเรา (พี่โอห์มถอยช้า - แต่วันจริงจะไม่ใช้พี่โอห์มน่ะที่อยู่หน้าเรา  วันจริงจะเป็นเชี้ยว  วันนี้เชี้ยวมาสายก็เลยโดนไปอยู่ข้างหลัง)  รอบสุดท้ายมีการแจกของด้วย  เป็นเข็มวิทยฐานะ กะ ของที่ระลึกจากคณะ(ที่หนีบรูป เป็นรูปเสื้อครุย สวยดี)
            พอซ้อมครึ่งเช้าเสร็จก็ไปกินข้าวกันที่โต๊ะห้อง  ช่วงเวลานี้ก็ถือเป็นเวลาที่มีค่าของบัณฑิตใหม่เหมือนกันน่ะ  เพราะพอกินเช้าเสร็จก็เริ่มแล่ะ  ถ่ายรูปมันเข้าไป  ไม่ว่าเจอหน้าใครก็ถ่ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ระหว่างถ่ายเพื่อนๆก็สงสัยว่า  เพื่อนภาคคอมเราหายไปไหนน่ะ ทำไมยังซ้อมไม่เสร็จซะกะที  เอ ทำไมยังไม่มาน่ะ หรือว่าซ้อมห่วย มาถึงบางอ้อก็วันนี้แหละ (วันที่เขียน) ที่เพื่อนภาคคอมเอารูปมาให้ดูว่าภาคคอมเค้ามีการถ่ายรูปรวมภาคกันด้วย เราก็เลยเข้าใจว่าเค้ามาช้าเพราะถ่ายรูปรวม ทำไมภาคเราไม่มีบ้านน่ะ เสียดายจัง 
            พอบ่ายก็เข้าไปซ้อมรวมกันทั้งคณะ เป็นการซ้อมย่อยครั้งที่ 3 พอซ้อมรวมคนเยอะ โค ตะ ระ ตื่นเด้น  ทำผิดสองรอบเลยอ่ะ  ตรงที่ไม่ถอย 3 ก้าวหลังจากเอางานอ่ะ  โถ่ก็มันไม่ถนัดนี่ เลยเสียความมั่นใจไปเลย  เฮ้อวันนี้ก็เหนื่อยอีกแล่ะ แย่จัง  อีกสองวันจะพักเยอะเลยคอยดูสิ  คืนนี้ได้ไปถ่ายรูปที่ลานพระจอมด้วย  รูปถ่ายสวย แต่นางแบบโทรมมาก  หน้าก็ไม่ได้แต่ง ว้า  แย่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
 
ป.ล. ตอนเช้าก็ได้ถ่ายกะป้าร้านข้าวอิสลามเช่นเคย
ป.ล.2 ในที่สุดก็ได้ใช้กล้องตัวเองซะที แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีรูปไปอยู่ในกล้องติกอีกตั้งเยอะ
 
3. วันที่ 3 ซ้อมใหญ่ 
            หลังจากพักไปสองวันก็ถึงวันซ้อมใหญ่ที่ไปเทคบางนา  ใกล้บ้าน ก็เลยไม่ต้องตื่นเช้า ไปสบายๆ  ประมาณ 7 โมง ไอ้หมอโทรมาบอกว่าถึงแล้ว แต่เราพึ่งเสร็จ ยังกินข้าวอยู่เลย  ก็เลยบอกมันไปว่า เดวออกแล้ว  กว่าจะได้ออกก็เกือบๆ 7.15 ขับรถไปเอง ถึงประมาณ 7.30 เร็วมากเลย  ดี๊ดี สบ๊าย สบาย  ไปถึงก็ถ่ายๆๆๆๆๆรูปอย่างเดียว เราไม่มีใครไปถ่ายรูปให้ก็เลยต้องฝากคนโน้นคนนี้ให้ช่วยถ่าย บางครั้งก็ได้แม่ของหมอช่วย (มีแม่มาให้เพื่อนแชร์) วันนี้ถ้าไม่ได้แม่หมอก็คงแย่เลย  ทั้งช่วยถือของ ถ่ายรูป เฝ้าของด้วย "ขอบคุณค่ะ แม่(ของ)หมอ" 
            พอถึงเวลาที่เค้านัด 8.30 ก็มีเสียงประกาศว่า "เชิญบัณฑิต ลาดกระบัง พักผ่อนตามอัถยาศัย  จะเรียกรวมตอน 10.00 โมง"  เวง.... แล้วเราจะมาเร็วทำไมเนี๊ย  ว่าแล้วก็ไม่สนใจอะไร ถ่ายรูปกันต่อดีว่า  แล้วพอ 10 โมงก็ไปนั่งรอกันแถวๆหน้าห้อง นั่งกันเพียบเลย เป็นวงๆ เหมือนกำลังจับกลุ่มเล่นมอญซ่อนผ้า พอเริ่มว่างก็เลยได้ฤกธิ์เสริมสวย ว่าแล้วก็วานให้โช(แชง)แฟนเล็ก(ซาเวีย) ถักเปียให้ใหม่ (เมื่อเช้าทำทรงพจมาณมาอ่ะ) มาเป็นทรงเปียเดียว แต่สวยและเนี๊ยบน่ะ ถักเปียเสร็จก็ถึงเวลาเช้าไปในห้องเก็บตัวพอดี 
            จินตนาการไว้ว่าห้องนี้จะต้องมีเก้าอีกให้นั่งเป็นแถวๆ ที่ไหนได้ มีแค่พื้นกะพื้น เวง ให้ ตรูนั่งพื้นฤนี่ และแล้วตามนิสัยบัณฑิต ว่างก็เริ่มถ่ายรูปกัน แต่วันว่านี้เราเอา harry potter เล่มใหม่ที่พึ่งออกเมื่อวันเสาร์ มาอ่านก็เลยไม่ได้ถ่ายรูป เอาแต่อ่าน  แต่พอช่วงท้ายๆของการรอที่ยาวนานประมาณ 2 ช.ม. กว่านั้น  ตบะ ก็แต่ เริ่มลุกไปถ่ายรูปกะเพื่อนๆ  มองไปไม่ไกล เห็น ยศชี่นั่งหงาวอยู่ ก็เลยชวนมาถ่ายรูป แต่เสียดายตากล้องมือไม่นิ่ง ภาพเลยมัวๆ  แต่รูปที่ถ่ายกะชินดั้นชัดซะงั้น 
            ขณะที่ถ่ายรูปกำลังมันส์ เค้าก็เรียกให้เข้าแถวเตรียมตัวเข้าห้องพิธี เพราะพระนครเหนือใกล้เสร็จแล้ว  พอพระนครเหนือลุกหมดแล้วเค้าก็ให้ลาดกระบังเข้าไป  ภาพแรกที่เห็นห้องพิธีน่ะ  โอ้ แม่เจ้า ทำไมมันใหญ่อลังการขนาดนี้น่ะ หนาววูบขึ้นมาแว๊ปนึงเลยอ่ะ  ห้องโถงใหญ่มาก  เวทีก็ใหญ่  ตราพระจอมก็ดูไฮโซมาก  เก้าอีวางเป็นทางยาวสุดตา เรียงเป็นระเบียบ แถวตรงแหน่วเลย 
            การซ้อมของพระนครเหนือนั้นเริ่มซ้อมตอน 6 โมงเช้าเลิกเที่ยง รวมแล้ว 6 ช.ม. รอบละ 3 ช.ม. แสดงว่าซ้อมสองรอบ พอรู้อย่างนี้ก็เลยสามารถคำนวนได้ว่า  เรา(ลาดกระบัง) จะได้ออกจากห้องนี้กี่โมง เข้าบ่ายโมง บวกไปอีก 6 แสดงว่ากว่าจะได้ออกก็คงทุ่ม (มืดพอดี) ข้าวก็ไม่ให้ออกมากินด้วยหิวตายแน่  แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว เมื่อวันซ้อมที่ลาดกระบังเค้าก็บอกน่ะ ว่าให้เอาของมากินด้วย  เราก็เอามาน่ะ แต่ไม่นึกว่าเค้าจะหมายถึงการเอาข้าวเที่ยงอ่ะ ก็เลยเอามาแต่ขนมนิดหนอย น้ำสองขวด และถั่วหมั่นหลีหม่อง ตราเจดีย์คู่ 1 ถุง กว่าจะได้ขึ้นไปซ้อมก็ต้องรอ ป.เอก กะ ป.โทรซ้อมก่อน แล้วถึงจะเป็นคราวของ ป.ตรีผู้ต่ำต้อยและเป็นประชากรส่วนมาก  เค้าซ้อมไป เราก็อ่าน Harry ไป กว่าจะได้ลุกไปขึ้นเวที ก็อ่านไป 1/8 เล่ม (เล่มนี้หนาประมาณ 1 นิ้ว - พอเลิกซ้อมก็อ่านได้ 1/4 เล่มพอดี) 
            เนื่องจากคราวที่แล้วผิดติดๆกันสองครั้ง คราวนี้ก็เลยซ้อมและท่องตั้งสติมาอย่างดี ไม่มีผิดเลยทั้งสองครั้ง  เยี่ยมมั๊ย  แต่ตอนซ้อมครั้งแรก พอเท้าแตะเวทีก็รู้สึกได้ถึงความกดกันของพิธีการและความอลังการของเวที ช่วงท้ายๆของการซ้อมรอบสอง ทุกคนเริ่มหิว เหนื่อย โรยรากันใหญ่  ไอ้ถั่ว 1 ถุงที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้น ก็โดนเพื่อนๆผู้นั่งข้างเคียง นายณัฐกิจ(ไอ้กิจ)และนายณรงค์วุฒิ(เชี้ยว) ควาญหาถั่วที่เหลืออยู่จากซากเปลือกถั่วที่ทับถมอยูในถุง  โดนกินจนหมดเลย  แต่งานนี้ก็ได้เพื่อนตี๋ผู้ใจดีส่งขนมปังครึ่งชิ้น  ให้มาแบ่งกะเชี้ยวกินกันคนละครึ่ง 
            พอถึงคนสุดท้ายที่ซ้อมทุกคนก็โล่งอกและดีใจที่สุด  พอออกไปข้างนอกก็ไม่เห็นตะวันแล้วเห็นแต่เดือน  โอ๊ยเป็นการซ้อมที่เหน็ดเหนื่อยจริงๆ  กรรมการที่จัดงานเค้าบอกว่า วันจริงจะหนักหนากว่านี้อีกน่ะ  ไม่อยากคิดเลยว่าพอวันจริงแล้วมีพระเทพมานั่งแจก  กินก็กินไม่ได้ ห้องน้ำก็ไม่ได้เข้า แย่แน่ๆ พอออกมาปุ๊ปก็วิ่งตรงไปหาเพื่อนปุ๊กปั๊บ(เพื่อน ม.ต้น) ขนมากันเพียบ พอถ่ายครบกับทุกคนก็ขอชิ่งกลัยเพราะเหนื่อยมาก สภาพไม่ให้กะการสังสรรต่อแล้ว  จากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่รถแล้วขับบึ่งกลับบ้านทันที เย้ ถึงบ้าน  กินข้าว  พักผ่อนซะที  เฮ้อ พรุ่งนี้ไม่อยากไปทำงานเลย มันเหนื่อยยยยยยยยย
 
หมดแรงพิมพ์แล้วอ่ะ  หายเหนื่อยแล้วจะมาพิมพ์ต่อน่ะ
 
ป.ล. วันถัดจากวันซ้อมใหญ่ ก็ไปทำงาน วันนั้นนะเหนื่อยสุดๆ คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าไม่น่าไปทำงานเลย  น่าจะลา แล้วนอนพักเอาแรง  เดววันจริงจะไม่ไหวเอา  แต่อะน่ะ เราเป็นคนดี  ไม่ได้ลาไว้ก็ต้องไปทำงาน เดวจะไม่ได้หยุดตอนสิ้นปี
 
ใกล้จบแล้วเหลือแค่วันรับจริงอีกหนึ่งวัน  ทนอ่านกันหน่อยน่ะ
 
4.วันสุดท้ายวันรับจริง
            เฮ้อ หลังจากหายไปสองเดือนก็ได้กลับมามีอารมณ์เขียนต่อซะที  วันจริงน้าเรามาจากสุราษฎร์ ด้วย อันที่จริงแล้วได้ตกลงกันไว้กะที่บ้านว่าวันจริงไม่ต้องเพราะคนเยอะมาก แดดก็ร้อน กลัวว่ามาแล้วจะลำบาก  แม่กะพ่อก็เห็นด้วย  ตกลงกันซะดิบดี  แต่พอน้ามาเลยเป็นช็อตบังคับว่าจะต้องไปกัน  วันนั้นเลยมีคนไปร่วมงานด้วย 3 คน คือ แม่,น้าและน้องสาว  เนื่องด้วยน้าเราเคยไปเรียนแต่งหน้ากะม้าอรนภามา วันจริงก็เลยให้น้าแต่งให้  แต่งไปแต่งมา กลายเป็นงื้วไปซะงั้น(แต่งเข้ม) แม่เลยต้องมาลบออกให้บางส่วน  กว่าจะแต่งหน้าเสร็จกว่าจะทำผมเสร็จน่ะ แต่กว่าเครือญาติจะเตรียมตัวเสร็จ (น้าจอมพิถีพิถัน ช้าสุด) ก็ป่าเข้าไป 7.30 แล้น กระวีกระวาด รีบออกกันแทบแย่ ไปถึงนั่น 8 โมงหน่อยๆ โห สุดยอด ไม่มีที่จอดรถ ต้องเอารถไปจอดมังกรทอง ยามบอกว่า ที่จอดรถเต็มตั้งแต่ตี 5 เพราะว่าพวกพระนครเหนื่อรับช่วงเช้าอ่ะ ญาติๆก็เลยมากันตั้งแต่ตี 5 เต็มไปหมด เลยทำให้ญาติๆ ลาดกระบังลำบากเป็นแถว แต่รับบ่ายก็ดีน่ะ ไม่ต้องตื่นตั้งแต่ตี3 ตี4 เห็นว่าพวกที่รับเช้าอ่ะ เค้าจะต้องถึงตอนตี 5 กว่าพระเทพมาก็ 9 โมง  ส่วนพวกที่รับบ่ายอย่างเราก็น่ะ  นัด เข้า 10 โมงรับ บ่ายโมง เสียเวลาอยู่ในห้องเก็บตัวนาน 
            พอจอดรถเสร็จก็เข้าไปในบริเวณไบเทค อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ คนเยอะมาก อากาศหายใจแทบจะไม่มี กว่าจะหาเพื่อนเจอก็แทบแย่  ช่วงนั้นเลือกไม่ได้เลยว่าจะไปหาเพื่อนคนโน้นคนนี้ถ่ายรูป ประมาณว่า เจอใครก็่ต้องถ่ายไว้ก่อน ได้เจอเพื่อนเก่าสมัย ม. 5 ด้วย แปลกใจริงๆที่ยังจำมันได้ พอตะเวนถ่ายไปได้ซักพัก แม่ น้า กะน้องเริ่มไม่ไหวเลยเข้าไปข้างในหาที่พัก  นั่งได้แป๊บนึง ก็เกิดอาการหิว เลยไปหาซื้อของกิน ขอบอกน่ะ ขอกินน่ะแพงก็แพง แถมยังไม่อร่อยอีก แต่ในเวลานั้นหาอะไรกินไม่ได้แถมยังต้องทนหิวไปอีกนานก็เลยจำใจซื้อมากิน
            และตามปกติโลก  เมื่อกินเข้าแล้ว ก็ต้องมีเอามันออกไป เมื่อเช้า traffic jam บนถนน แต่ตอนนี้ traffic jam ในห้องน้ำ เห็นจำนวนคนแล้วจะเป็นลม ไม่เข้าก็ไม่ได้ เดวไปรอตรงโน้นแล้วอดเข้าก็จะซวยเอา  หลังจากฝ่าฟันกะอุปสรรค์ในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ไปกระทำการรวมตัวกันที่หน้าบันไดเลื่อน จังหวะนี้แหล่ะได้เจอกะ พี่เต่า (เป็นอาจารย์น่ะ แต่ให้เรียกพี่ เพราะเป็นเด็กลาดกระบังเหมือนกัน) พอดี  เลยมีโอกาสได้ถ่ายรูปกะแก ซัก 30 นาทีหลังจากนั้นเค้าก็เรียกรวมไปเข้าในห้องเก็บตัว ก็เลยต้องฝากสัมภาระทุกอย่างไว้ที่แม่หมอ
            เมื่อฝากฝังกันเสร็จแล้ว เราและเพื่อนๆก็รีบ จรลี กันไปที่ห้องเก็บตัว  คราวนี้ไม่เหมือนตอนซ้อม เอาอะไรเข้าไปก็ไม่ได้ เลยเซ็งเลย ไม่มีอะไรให้ทำ นั่งหลับกันเป็นแถว นั่งไปได้ซักพัก ก็มีอาจารย์ผู้ใจดีของภาคเรา เข้าใจว่า พวกเราเอาอะไรเข้ามาไม่ได้ และต้องหิวแน่ๆ อาจารย์(พี่พิว)ก็เลยเดินถือถุงขนมมาให้กินกันพอปะทังชีวิต  เสียดายจริงๆ ไม่ได้กินอ่ะ(ที่ไม่กินเพราะว่ากลัวหิวน้ำ)
            พอกินเสร็จก็เข้าโหมดเดิมคือ หลับ หมอเพื่อนเราหลับสนิทเลยหล่ะ ใครเดินไปมายังไม่รู้สึกตัวเลย สวนพวกที่ไม่หลับก็เดินเข้าห้องน้ำกันเป็นว่าเล่น เรายังเข้าไป 3 รอบเลย(โรคตื่นเต้นกำเริบ) พอใกล้ๆเที่ยง พวกพระนครเหนือกำลังออก เค้าก็ให้พวกลาดกระบังเข้าแถวเตรียมตัว เที่ยวนี้มีเกทเวย์ของจริงให้เดินผ่าน  เห็นขู่กันนักว่าระวังของที่เป็นโลหะ  เพื่อนเราฝังโลหะไว้ในแขน เนื่องจากแขนหัก เจ้าเกทเวย์ยังตรวจไม่พบเลย พอเข้าห้องกันหมด รอแค่แป๊บเดียว พระเทพท่านก็มา  ด้วยความอยากเห็นแต่ว่าตัวเตี้ยก็เลยต้องชะโงกมากหน่อย แต่พอได้เห็นท่านแล้วก็รู้สึกว่า "ท่านแมนดี" เดินจ้ำๆ แต่ก็สง่า ใส่ชุดสีเหลืองทองเลยด้วย ตอนรับจริงนี่แหล่ะ บรรยากาสดูตึงเครียดต่างออกไปจากตอนซ้อมเลย นั่งจนเกร็งเลย (พอหลังจากนั้น 1 วันก็กล้ามเนื้อต้นคออักเสบ)
            ท่านก็แจกไปซักพักจนกระทั่งแถวหน้าเราลุกขึ้นน่ะ ทำให้รู้สึกขนลุกเลย กังวลว่าจะทำพลาดเหมือนตอนซ้อมรึป่าว พอแถวเราลุก ก็ท่องกะตัวเองว่า "จะต้องไม่พลาด ตั้งสติให้ดี" พอตอนที่จะเดินขึ้นเวทีน่ะ หน้าซีดเลย(ตื่นเต้นน่ะไม่ใช่ผีหลอก) คนดูแลก็คอยมายืนบอกว่า "หายในเข้าลึกๆน่ะน้อง ไม่ก้มหน้า" และก็ได้ผลจริงๆ พอให้ใจเข้าลึกๆแล้วรู้สึกดีขึ้นจริงๆ จากนั้นก็ก้าวเท้าตามสเตป พอใกล้ๆจะถึงพระเทพ เราก็แอบมองท่าน แต่ก็ต้องผิดหวังตรงที่ "ท่านหลับอยู่" พอเค้าขานชื่อเรา เรายังเดินไม่เถึงท่านเลย คนขาน ขานชื่อเร็วไป และรู้สึกว่าจะขานผิดด้วย ได้ยินว่า"ณัฐพล หรือ ณัฐพงษ์" อะไรประมาณนี้ เลยเซ็งเลย แต่การก้าวเท้าและจังหวะการถอนสายบัวก็ถูกต้องหมดไม่มีปัญหา ไม่มีผิด พอลงจากเวทีมาได้ก็โล่งใจมากๆ และดีใจอยากจะยิ้มมากๆแต่ก็ต้องเก็บยิ้มไว้ให้อยู่ในอาการสำรวม 
            พอกลับมาที่นั่งหลังจากรับเสร็จ เพื่อนๆทั้งหลายก็เริ่มเล่น เมาส์ ขยุกขยิกไม่เป็นระเบียบกันซะแล้น ห้ามก็ไม่ฟัง ได้แต่นั่งรอ เอ หรือว่าหลับรอให้คนอื่นรับให้หมด  ตอนสุดท้ายหลังจากพระเทพแจกหมดแล้วก็มีการกล่าวคำปฏิญาณ ตอนซ้อมก็ดีๆไม่ผิดน่ะ แต่ตอนวันจริงคนนำกล่าวปฏิญาณดันพูดผิดไม่เป็นท่าเลย เค้าคงตื่นเต้นเหมือนกันน่ะแหล่ะ หลังจากพระเทพกลับไม่ถึงนาที คนก็วิ่งกรูกันไปห้องน้ำกันใหญ่เลย ประมาณว่า อั้นมานาน เสร็จกิจ ก็ออกจากห้องประชุม ไปตามหาแม่ของหมอ เพื่อจะเอาของที่ฝากไว้ แล้วจะได้ไปเซนทรัลซะที (แม่กะน้าไปคอยที่นั่น)
            วันแสนลำบากยังไม่จบน่ะ เพราะเรากะหมอ หาแม่มันไม่เจอ เลยต้องหาเพื่อนคนอื่นที่ได้มือถือคืนมาแล้ว โทรตามแม่มัน กลายเป็นว่าแม่หมอออกไปข้างนอกแล้วกลับมาไม่ทัน ก็เลยต้องรอกันอีกพักใหญ่ พอเจอแม่หมอก็นึกว่าจะสบายแล้วได้กลับซะที ที่ไหนได้อีกหล่ะ มือถือที่ฝากไว้เครื่องดันเปิดไม่ขึ้น นึกว่าเจ๊ง มารู้ว่าแบตหมดก็วันรุ่งขึ้นแล้ว  ทีนี้ทำไงหล่ะ จะไปเซนทรัล ยังไง จะติดต่อแม่กะน้ายังไงดี สุดท้ายก็เลยเอามือถือหมอมาโทร และบทสรุปก็คือให้เราไปหาเอง เค้าไม่มารับ
            พอตอนเดินกลับดันนึกได้อีกว่าลืมบัตรประชาชนไว้กะเชี้ยว(ฝากไว้ตอนที่อยู่ในห้องเก็บตัว) ทำไงหละทีนี้ มือถือก็โทรไม่ได้ เลยต้องเดินหาเพื่อนของเชี้ยวแล้วให้มันบอกเชี้ยวอีกที(มารู้ตอนหลังว่าไอ้เพื่อนคนนั้นเป็นคนดีมาก ไม่ยอมไปบอกต่อเลย) จากนั้นก็ว่าจะไปขึ้นแทกซี่ไปเซนทรัล แต่ก็อาการงกขึ้นมาเลยข้ามถนนไปขึ้นรถเมย์ ตอนข้ามถนนก็เหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซด์ รับจ้าง ก็คิดว่าจะขึ้นน่ะจะได้เร็ว แต่ความงกก็ครอบงำอีก พอลงสะพานมาก็เห็นรถเมย์มาพอดี เราเลยจัดแจงกระโดดขึ้นรถเมย์เลย และก็ต้องคิดผิดอย่างแรง พอนั่งไปได้ซักพักรถก็ติดเป็นตังเม  เฮ้อ รู้นี้ขึ้นมอเตอร์ไซด์ดีกว่า ไม่ใช่แค่นั้นพอจะถึงห้าง รถเมล์ก็ไม่ยอมเข้าเลนใน จอมันกลางถนนคู่ขนานหน้าห้างให้คนลงเดินอีก ทุลักทะเลยมากๆ พอไปถึงห้างก็ไปกินฉลองกันที่ zen แล้วก็กลับบ้าน 
 
ฮ้าฮ้า ในที่สุดก็จบวันแสนทรหดซะที จะก็จบเรื่องราวของวันรับปริญญาด้วย ขอบคุณที่ตามอ่านชีวิตอันแสนลำบากของเรา บ๊ายบาย (ขอบคุณที่ติดตามอีกครั้งน่ะค่ะ)
11月28日

DCOM ห่วย

mainboard เจ๊ง  เอาไปเปลี่ยน DCom กว่าจะได้ สอง อาทิตย์แหล่ะ  โครตนาน พอเอากลับมาก็ยังใช้ไม่ได้อีก  เพราะมันเอาของเดิมมาให้  เหมือนไม่ได้ซ่อมด้วยอ่ะ  แย่เจ็งๆ  อดโหลดเลย  ไหนใครบอกว่า "รับประกันดีคอม ดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้"  เฮ้อ ห่วยหล่ะไม่ว่า
11月24日

จารับ ปริญญา แล้วน่ะจ้า

วันที่ 2 , 3 และ 6 ซ้อม 8 รับจริง ส่วน ถ่ายรูป ศุกร์ที่ 2 น่ะจ้า
10月14日

dot net

ตอนนี้เรียน .net อยู่  สงสัยจริงๆ ว่ามีบุญ หรือ มีกรรม ที่ได้เรียนเนี๊ย
-ยาก
-เยอะ
-จุกจิก
-เร๊งเร่ง
 
-สุดท้าย ...เหนื่อย...
 
第 1 张,共 16 张
尚未添加列表。